อย่างนี้นี่เองที่เรียกว่า “เหล็กเพี้ยน”

อย่างนี้นี่เองที่เรียกว่า “เหล็กเพี้ยน”

อย่างนี้นี่เองที่เรียกว่า “เหล็กเพี้ยน”

 

นักกอล์ฟจำนวนมากที่ปรึกษาเกี่ยวกับเหล็กของตัวเอง หลังจากที่นำไปฟิตติ้งก็ยังไม่รู้สึกว่าจะตีดีขึ้นเลย แถมยังตีแย่กว่าเดิมอีกด้วย ก็เลยประมวลปัญหากับเหล็กที่พบกันบ่อยๆได้ดังนี้

 

อย่างนี้นี่เองที่เรียกว่า “เหล็กเพี้ยน”
อย่างนี้นี่เองที่เรียกว่า “เหล็กเพี้ยน”


1. ใช้หัวไม่เหมาะกับความสามารถตนเอง หรือเรียกว่าใช้เหล็กเกินความสามารถ จะพบบ่อยมากที่นักกอล์ฟชอบหน้าตาของเหล็กใบบางๆ เล็กๆที่เรียกว่าทรง blade ซึ่งต้องมีความแม่นลูกพอสมควร ถึงจะสามารถดึงประสิทธิภาพของมันออกมาได้ แล้วถ้าทักษะยังไม่พอก็จะทำให้ตีเหล็กประเภทนี้ได้ไม่ทั้งระยะและทิศทาง ต้องตั้งใจตีอย่างมาก เกร็งและเครียดทีเดียวครับ เพราะเหล็ก blade ไม่ค่อยช่วยเรื่องการชดเชยความผิดพลาด ดังนั้น sweet spot จึงมีขนาดค่อนข้างเล็กและมีจุด CG ค่อนข้างสูง ตีก็ลอยยากอีกต่างหาก

 

 

2. ก้านไม่เหมาะสมกับความแข็งแรงและ Club Speed ก้านที่หนักเกินไปจะทำให้เหนื่อยทั้งการซ้อม เวลาออกรอบแล้วสังเกตดู ถ้าหลุมหลังๆตีเหล็กแล้วต้องเหนื่อย แรงที่จะใช้ตีเหล็กมีไม่พอสำหรับหลุมหลังๆ และใช้ความพยายามมากในการตีให้ลูกลอย นั่นส่อเค้าว่าเหล็กจะหนักเกินไป ส่วนกรณีที่ก้านแข็งเกินไป ลูกจะตีไม่ค่อยได้ระยะ แต่ลูกจะค่อนข้างตรง แต่ระยะยาวจะไม่ค่อยดี เพราะวงสวิงเราอาจเพี้ยนได้ เนื่องจากหากความเร็วหัวไม้ของเราไม่พอที่จะทำให้ก้านทำงานได้ เราก็จะต้องพยายามเร่งให้มากขึ้น ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของหายนะ ไม่ดีแน่ๆ หากเหล็กเราตีแบบหนึ่ง ส่วนหัวไม้ตีอีกแบบหนึ่ง ในทางกลับกันก้านที่เบาหรืออ่อนเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน ก้านที่เบาจะทำให้ลูกลอยโด่งมาก สำหรับนักกอล์ฟที่แข็งแรงจะทำให้จังหวะ หรือ Tempo ไม่สม่ำเสมอ หากเบามากๆ จะทำให้สวิงแล้วรู้สึกโหวงๆ ส่วนก้านที่อ่อนมากๆก็จะทำให้ระยะเหล็กไม่แน่นอนรวมถึงทิศทางด้วย นอกจากนั้นสไตล์การตี และฟิลลิ่งที่ชอบก็ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วย

 

3. ประกอบแล้วทำ balance ไม่เหมาะสม

 

อย่างนี้นี่เองที่เรียกว่า “เหล็กเพี้ยน”
อย่างนี้นี่เองที่เรียกว่า “เหล็กเพี้ยน”

 

4. ความยาวไม่เหมาะสม ความยาวของเหล็กขึ้นอยู่กับทักษะและความสามารถในการสวิง คนที่ไม่ค่อยแม่นลูกควรใช้ความยาวก้านที่สั้นลง เพื่อให้ตีได้ง่ายขึ้น ไอ้การวัดความสูงและความยาวแขน แล้วบอกว่าควรใช้เหล็กยาวเท่าไหร่ ไม่ใช่คำตอบ

 

5. lie angle ไม่เหมาะสม จะมีผลต่อทิศทาง และพาลจะเพี้ยนไปถึงวงสวิง เพราะนักกอล์ฟแต่ละคนสวิงไม่เหมือนกัน แล้วจะไปใช้ไม้กอล์ฟตลาดที่ทำมาให้ทุกคนใช้ไม้ที่มีสเป็ค lie angle เดียวกัน มันจะเป็นไปได้ยังไง ซึ่ง lie angle สามารถปรับได้แต่ใบเหล็กต้องเป็นเหล็ก forged ส่วนเหล็ก cast การดัดมีโอกาสหักครับ เพราะมันแข็งมาก มีนักกอล์ฟหลายคนที่เพิ่งถอยเหล็กมาใหม่แล้วพบว่ามีปัญหาว่า lie angle ผิดจากที่ควรจะเป็นมากๆ แต่ใช้เหล็กนั้นดันเป็นเหล็ก Cast ผมเองก็หมดปัญญาจะช่วยครับ ทางออกก็คือ ขายครับ หรือไม่ก็ทนใช้ต่อไป ซึ่งถ้าเลือกข้อหลัง สุดท้ายจะทำให้วงสวิงเพี้ยน เพราะ lie angle ที่ผิดมากๆ จะทำให้เราตีไม่ตรง ดังน้นเราก็จะปรับนั้นปรับนี้ ทั้งการจรดและการสวิงเพื่อชดเชยเรื่องทิศทาง เละครับ ไม่คุ้ม นี่คือความเป็นจริงของชีวิต

 

อย่างนี้นี่เองที่เรียกว่า “เหล็กเพี้ยน”
อย่างนี้นี่เองที่เรียกว่า “เหล็กเพี้ยน”

 

6. loft ไม่เหมาะสม ทำให้ระยะเหล็กห่างและชิดกันเกินไป ทำให้บางเหล็กเราต้องเบ่ง บางเหล็กก็สวิงแค่ 3/4 อะไรเทือกนี้ กลายเป็นแต่ละเหล็กมีคาร์แล็กเตอร์ส่วนตัว ซึ่งไม่ใช่แนวทางที่ดี เพราะเราควรใช้สวิงเดียวกับทุกเหล็กแล้วให้องศาของหน้าเหล็กเป็นตัวสร้างระยะที่แตกต่างกันให้เรา

 

ทั้งหมดที่อธิบายคือต้นเหตุ ส่วนการหาปัญหาต้องอาศัยการพิจารณาจากการสังเกตดูนักกอล์ฟสวิง และใช้เครื่องมือต่างๆเช็คครับ

 

 

 

 

หากท่านใดที่อยากติดต่อเราก็ติดต่อเรามาได้ที่ 3 ช่องทางนี้ได้เลยค่ะ เรารับฟังทุกคำติชมค่ะ

http://www.facebook.com/thaigolfguru
http://twitter.com/thaigolfguru
webmaster@thaigolfguru.com




กอล์ฟทิป